หลังจากที่นักชิมเบียร์ชื่อดัง “นนท์ วงษ์ทอง” ได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเบียร์มานานหลายปี ล่าสุดกลับมีข่าวช็อกเกิดขึ้นเมื่อ “สถาบันเบียร์ไทย” (Thai Beer Institute) มีคำสั่งปลดประกาศนียบัตร “สุดยอดนักชิมเบียร์ประจำปี 2025” ของเขาอย่างกะทันหัน โดยให้เหตุผลว่า “ประสาทสัมผัสในการรับรสของเขาไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน”
เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายในงานประชุมลับของสถาบันที่จัดขึ้น ณ เสถียรธรรมสถาน โดยแหล่งข่าววงในระบุว่า มีการตรวจพบความผิดปกติในผลการทดสอบประสาทสัมผัสครั้งล่าสุดของนายนนท์ ซึ่งเบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับนักชิมเบียร์ระดับสากลอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดข้อถกเถียงและคำถามมากมายถึงมาตรฐานและกระบวนการรับรองนักชิมเบียร์ในปัจจุบัน
นายสมศักดิ์ เจริญดี ผู้อำนวยการสถาบันเบียร์ไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของอาชีพนักชิมเบียร์ เราจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังจะมีการสอบใบอนุญาตนักชิมครั้งสำคัญในปี 2026” การประกาศดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับนักชิมเบียร์หลายคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ และตั้งคำถามถึงความเข้มงวดของการประเมินในอนาคต
ผู้คนต่างพากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักชิมระดับปรมาจารย์อย่างนายนนท์ ที่เคยสร้างชื่อเสียงจากการจำแนกความแตกต่างของเบียร์ได้นับร้อยชนิดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงมีข่าวลือสะพัดถึงสาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังการเสื่อมถอยของประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของเขา แหล่งข่าวบางรายสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับ “ภาวะ Long COVID-19” ที่ส่งผลต่อการรับรสอย่างถาวร แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด
ผลกระทบจากกรณีของนายนนท์ไม่เพียงแต่สร้างแรงกระเพื่อมในหมู่นักชิมเบียร์เท่านั้น แต่ยังจุดประเด็นให้คนทั่วไปหันมาสนใจอย่างจริงจังเกี่ยวกับ “เส้นทางสู่อาชีพนักชิมเบียร์ระดับมืออาชีพและการสอบวัดระดับ” ซึ่งกำลังจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในช่วงก่อนการสอบใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับแก้กฎระเบียบและเพิ่มความเข้มงวดในการประเมินคุณสมบัติของผู้เข้าสอบ เพื่อให้ได้นักชิมเบียร์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของประสาทสัมผัสในการเป็นนักชิมเบียร์ ตอกย้ำว่าอาชีพนี้ไม่ได้พึ่งพาเพียงความรู้ทางทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความสมบูรณ์ของร่างกายและประสาทสัมผัสที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมอีกด้วย จึงเป็นที่น่าจับตาว่าในอนาคตจะมีมาตรการใดที่จะมารองรับและพัฒนาศักยภาพของนักชิมเบียร์ให้ยั่งยืนต่อไป
